Skip to main content

‘Fjallraven Thailand Trail 2019’ เดินป่าอย่างยั่งยืนใน ‘เส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา’

1,134

HUMAN . NATURE . TOGETHER

 

เราตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติมากพอหรือยัง? ภูเขายังอยู่จุดเดิม แม้เราจะเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม เราเข้าไปรักษาหรือเข้าไปทำลาย? เราเข้าไปกอบโกยหรือเข้าไปให้ประโยชน์กับชาวบ้านในพื้นที่? นี่คือคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของเรา ก่อนที่จะเข้าไปรู้จักกับเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา จ.แม่ฮ่องสอน
 
fjallraven thailand trail
 
กิจกรรม Fjällräven Thailand Trail 2019 ในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่จะใช้ Eco-Tourism (การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์) เป็นกลไกในการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่อยู่กับป่าโดยไม่ต้องทำลายป่า สร้างรายได้ที่ต่อเนื่องให้กับชาวบ้าน ด้วยการฟื้นฟูเส้นทางและนำพานักเดินป่าจากในเมือง เข้าไปสัมผัสกับขุนเขาและป่าต้นน้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ ให้เห็นความจริงด้วยตาของตัวเองว่า ป่าที่อยู่ห่างตาและไกลใจนั้นสำคัญต่อแม่น้ำและชีวิตของพวกเขาอย่างไร และหวังว่าผู้คนจะพบหนทางที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติและป่าได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนรักษาผืนป่าที่ยังคงเหลืออยู่ไว้ ให้เหมือนทรัพย์สินที่มีคุณค่าของพวกเขาเอง  
 

กิจกรรมนี้ยังช่วยส่งเสริมให้นักเดินป่าได้รู้จัก ‘วัฒธรรมการเดินป่า‘ ที่ดีว่าเป็นอย่างไร เราได้เรียนรู้ที่จะ ‘พึ่งพาตนเอง‘ แบกของทุกชิ้นโดยปราศจากความช่วยเหลือของลูกหาบ เราวิเคราะห์ของก่อนใส่เป้ว่าสิ่งไหนคือสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตในธรรมชาติและในชีวิตจริง ‘ให้เกียรติผู้ร่วมทาง‘ ที่มาจากหลายถิ่นฐานหลากชนชั้นในสังคม ในป่าเราเท่าเทียมกัน เราใช้ชีวิตอิสระบนพื้นฐานของมิตรภาพ ช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน และสิ่งสำคัญที่สุด ‘การรักษาธรรมชาติให้คงอยู่‘ เราล้วนชื่นชมความงามของธรรมชาติ นั่นคือสาเหตุที่เราออกไปเดินป่า การที่ผู้คนจำนวนมากได้มีโอกาสสัมผัสกับความงาม ของธรรมชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องช่วยกันทำให้ธรรมชาตินั้นยังคงงดงาม หลังจากที่เราเดินผ่านไป 

 

fjallraven thailand trail

 

“Take nothing  but pictures, leave nothing but footprints, kill nothing but time.” คุณไม่หยิบอะไรออกมาจากธรรมชาตินอกภาพถ่าย คุณไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้าของตัวเอง คุณไม่ฆ่าสิ่งไหนนอกจากเวลา และเมื่อนั้นเราก็จะได้สัมผัสกับอิสรภาพของการเดินป่า และกลับออกมาด้วยความภาคภูมิใจ 

DAY 1 : START - เริ่มเดินทาง  
แม่ปะ - จอลือคี 

07:00 น.เช้าวันแรกของการเดินทาง เราและนักเดินป่าทุกคนมารวมพลกันที่ ‘ร้านอาหารบ้านไม้แดง’ ที่ถูกวางให้เป็นจุดลงทะเบียนเพื่อรับผ้าสีกลุ่ม สมุดบันทึก (Trekking Pass) แก๊สกระป๋อง แผ่นไม้และถุงขยะ บรรยากาศภายในเมืองแม่สะเรียงที่มักจะเงียบสงบก็คึกคักไปด้วยนักเดินป่าที่แบกเป้และแต่งตัวหลายสไตล์ ทุกคนมาจากหลากหลายที่ ทั้งเกาหลี ไต้หวัน จีน ไทย ถึงต่างชาติต่างภาษา แต่ที่รู้กันคือเราต่างก็รักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง หรือ Outdoor เหมือนๆ กัน ทุกคนได้อ่านข้อมูลในเว็บไซต์งานอย่างละเอียด และบรีฟโดยทีมงานที่ต้อนรับทุกคนเป็นอย่างดี

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

ความพร้อมและการเตรียมตัวจึงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนที่เคยผ่านมา เรื่องสำคัญคือ ‘น้ำ’ เพราะเส้นทางที่เราจะเดินไปในวันนี้ไม่มีแหล่งน้ำ เราจึงต้องสำรองน้ำติดตัวกันไม่ต่ำกว่า 3 ลิตรต่อวัน ให้พอไปถึงการประกอบอาหารในตอนเย็น ทุกคนพร้อมและเตรียมตัว ชั่งกระเป๋าเช็คน้ำหนัก เพื่อให้รู้ว่าน้ำหนักที่จะแบกไปนั้นคือสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตจริงๆ (อาจจะมีไม่จำเป็นบ้างแต่ก็อยากเอาไป) สำหรับของเราเองชั่งได้ 14 กิโลกรัม (รวมน้ำ 3 ลิตร และอาหารสำหรับ 4 วันแล้ว) ถือว่าไม่มากไม่น้อย เราภูมิใจที่การเดินครั้งนี้ที่เราต้องพึ่งพาตัวเองจริงๆ ไม่มีความช่วยเหลือจากลูกหาบ ถือเป็นขั้นตอนแรกขอการสร้างวัฒนธรรมเดินป่าที่ดี

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

นักเดินป่ากว่า 60 ชีวิต (และอีก 200 กว่าชีวิตในรอบก่อนๆ) จะต้องนั่งรถกระบะ 4WD ที่ขับโดยชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี ซึ่งจะเข้าไปส่งพวกเราที่ ‘แม่ปะ’ จุดเริ่มเดินที่ความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นสบาย (เมื่ออยู่ในที่ร่ม) ส่วนแดดเมืองไทยที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างดีนั้นไม่ต้องพูดถึง! 

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

เส้นทางของวันแรกถือว่ายังไม่โหดมาก (โดยค่าเฉลี่ย) มีร่มไม้และวิวทิวทัศน์ให้ได้ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ แต่ละกลุ่มสีจะมีชาวบ้านเป็นผู้นำทาง เราอยู่สีแดง ทีมแรกในการปล่อยตัวเสมอ (แต่ก็โดนสีอื่นแซงทุกวัน) มันคือการจัดระเบียบอย่างหนึ่ง โดยทุกคนจะเข้าใจตรงกันว่า เราจะไม่แซงผู้นำทาง และไปไหนทุกครั้งจะต้องรอผู้นำทางอยู่เสมอ 

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

ระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร เราพบเห็นธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ สวยงาม ตลอดเส้นทางเราเดินลัดเลาะไปตามผืนป่าและสันเขาลูกแล้วลูกเล่า ก่อนจะไปถึงทุ่งหญ้าสีทองขนาบด้วยวิวพาโนราม่าแบบ 360 องศา

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเมื่อเดินมาถึงจุด Check Point 1 ที่ ‘จอลือคี’ ความสูง 1,150 เมตรจากระดับน้ำทะเล มี ‘ม่อนกองข้าว’ เป็นจุดที่สูงที่สุดที่ 1,221 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรามาถึงที่นี่ตอนบ่าย 3 กว่าๆ เปิดสมุดรับตราปั๊มจากสตาฟฟ์ที่มาตั้งแคมป์รออยู่ก่อนแล้ว มีขนมเปงม้ง (ขนมของคนไทใหญ่) และชาเปลือกไม้ ให้นักเดินป่า ทุกคนกินเป็นขวัญกำลังใจ (ต้องเอาแก้วส่วนตัวมาตักชาเอง ทุกคนใช้ของส่วนตัวตลอดทริป ไม่มีการใช้แก้วพลาสติก)

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

เดินสำรวจเลือกจุดกางเต๊นท์ เรารีบกางเต๊นท์หาที่ร่มให้ตัวเอง ตากเสื้อผ้าชุ่มเหงื่อที่จะต้องใช้เดินต่ออีก 3 วัน นอนซักงีบ เพื่อรอคอยเวลาในการพบปะของสมาชิกทุกคนในวันนี้ โดยมีสตาฟฟ์ประจำ CP เล่าเรื่องราวของจุดที่เราอยู่ในวันนี้

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

เบื้องหลังคือพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ซ้อนทับกับสันเขาสวยงาม เรื่องราวของสถานที่นี้คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรากำลังจะเจอต่อไป “ที่จุดนี้คุณจะเห็นขุนน้ำจอลือ แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ที่หล่อเลี้ยงมวลชีวิตทางเบื้องล่าง แต่เมื่อคุณมองไปทางทิศเหนือที่เดินผ่านมา ก็จะเข้าใจได้ว่าขุนน้ำนั้นถูกทําลายได้ง่ายดายเพียงใด ต้นน้ำเล็กๆ ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่” เมื่อพระอาทิตย์อัสดง ความหนาวเย็นปะทะพวกเราในทันที (คืนนี้ต้องโคตรหนาวแน่นอน เราคิดในใจ) กิจกรรมรอบกองไฟ กินขนม ปั๊มแผ่นไม้ด้วยเหล็กเผาร้อน และการแลกเปลี่ยนเรื่องราวของนักเดินป่า ค่ำคืนนี้เราอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

DAY 2 : STORY - เรื่องราว  
จอลือคี - ดอยธง

ความตั้งใจที่จะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกจางหายไปด้วยความอบอุ่นภายใต้ถุงนอน ความเกียจคร้านในการตื่นเช้ายังคงเป็นนิสัยที่เรายังแก้ไม่หาย กิจวัตรยามเช้าในการหาทำเลที่เหมาะแก่การขุดหลุมเพื่อขับถ่าย ต้มน้ำเพื่อทำกับข้าว ดื่มกาแฟ 3in1 และเก็บของทุกอย่างยัดใส่กระเป๋า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไฟลนก้น 9 โมงเราจะต้องพร้อมและเริ่มต้นการเดินในวันใหม่

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

ที่จุดเติมน้ำของวัน ชาวบ้านได้ช่วยกันนำขึ้นมาให้เราใช้เพื่อการบริโภค ความสำคัญของน้ำก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่งที่เราต้องช่วยกันประหยัดไว้สำหรับดื่มและทำอาหารเท่านั้น (เห็นใครเอาไปล้างหน้าตีมือหักเลย)

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fj

 

ความตื่นเต้นของวันนี้คือเดินขึ้นจุดสูงสุดของเส้นทางที่ ‘ดอยธง‘ ระดับความสูง 1,650 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตลอดเส้นทาง 8 กิโลเมตร ผ่านสันเขาที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญในพื้นที่นี้ บรรยากาศการเดินในวันนี้สนุก เราเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับคนที่มักจะแซงเราตลอดเวลา และคนที่มักจะหยุดพักหายใจซักนิดก่อนเดินต่อ ทุกคนมีน้ำใจในการแบ่งกันถ่ายรูป (เพราะเข้าใจว่าการไม่มีรูปเจ็บปวดแค่ไหน) เส้นทางสวยงาม เริ่มมีพรรณไม้แปลกตาตามความสูงที่เปลี่ยนไป มีเนินหินชันพอให้เข่าได้โอดโอย แต่ก็ยังถือว่าเดินชิลกินลมชมวิวกันจนไปถึงจุด Check Point 2 ที่ดอยธง

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

ภาพตรงหน้าคือพาโนราม่าสุดสายตา สามารถมองเห็นเส้นทางที่เราเดินมาตลอด 2 วันและมองเห็นเส้นทางที่เราจะเดินไปในอีก 2 วันข้างหน้า (ปาดเหงื่อ) ทุกคนเดินหาทำเลทองให้เต๊นท์สุดรัก... “วิววันนี้สวยที่สุดเลย” 

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

เรื่องราวของลุ่มน้ำแม่เงาในอดีตที่เราได้ฟังเป็นดั่งหมู่บ้านในนิทาน “ดินแดนที่ผู้คนล้วนอาศัยอยู่กับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียว ปลูกข้าวไว้กินทั้งปี ชีวิตที่นี่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความสุข แม้จะห่างจากคำว่าสะดวกสบาย ความคืบคลานเข้ามาของวิถีชีวิตสมัยใหม่ ผู้คนล้วนมีความต้องการและความจำเป็นที่จะต้องสร้างรายได้มารองรับรายจ่ายที่มาพร้อมกับวิถีชีวิต ชาวกระเหรี่ยงจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างถั่วเหลืองและข้าวโพด เมื่อถูกใช้ปีแล้วปีเล่า สารเคมีมากมายประกอบกับถูกฝนชะหน้าดิน จนทำให้ที่ดินนั้นเสื่อมสภาพไม่สามารถฟื้นตัวเป็นป่าหรือแม้แต่ปลูกข้าวได้อีกต่อไป ถ้าชีวิตจริงเป็นดั่งนิทาน เราก็คงปิดท้ายเรื่องว่า ‘พวกเขาก็มีชีวิตอยู่ด้วยความสุขตลอดกาลนาน’ เราจะหวังให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ก็คงต้องยอมรับกันว่า คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

DAY 3 : MEMORY - ความทรงจำ 
ดอยธง - หมื่อหะคี

“วันนี้จะได้อาบน้ำที่โรงเรียน!” คือประโยคไม้ตายที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักเดินป่าทุกคนในวันนี้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เพียงมองตาก็รู้ใจ และความเหนียวตัวเกรอะกรังจากการเดิน 2 วัน ที่ไม่สามารถทำความสะอาดให้ดีไปกว่านี้ได้แล้วจากทิชชู่เปียก เรารวมพลกันในเวลา 7 โมงเช้า พระอาทิตย์ยังคงซ่อนตัวอยู่หลังสันเขา เมื่อคืนหนาวกว่าคืนแรก หลายคนหน้าตาเหมือนหมีแพนด้าประหนึ่งนอนไม่อิ่ม หลายๆ คนเริ่มมีอาการปวดขา เจ็บเท้า แต่เราสัมผัสได้ว่าขวัญกำลังใจของทุกคนเต็มเปี่ยมแรงเกิน 100!

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

วันนี้คือวันที่จะต้องเดินไกลที่สุด 19 กิโลเมตรจากระยะทั้งหมดเกือบ 50 กิโลเมตร โดยคำบอกเล่าจากสมุดบันทึกเพื่อนรักที่เราพกติดตัวมาแล้ว 3 วันเขียนว่า “เราจะเดินต่อไปบนสันเขา ผ่านสัน ‘เซเทลู่’ ไปจนถึง Check Point ที่ 3 ‘หมื่อหะคี’ ที่ระดับความสูง 930 เมตรจากระดับน้ำทะเล เราจะพักกันไม่ไกลจากหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้คือหมู่บ้านที่ไกลที่สุดแห่งหนึ่งบนขุนเขา หากจะมาจากทางถนน ซึ่งไต่ระดับขึ้นเขามาสูงชัน และใช้สัญจรได้เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น ที่นี่คือจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของเส้นทาง ตามชื่อภาษากะเหรี่ยง ‘หมื่อหะคี’ ที่แปลว่า ดินแดนอาทิตย์อัสดง ที่นี่ เราจะได้เห็นว่าชาวบ้านกะเหรี่ยงสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างไร” 

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

“โคตรเหนื่อย!” คือคำจำกัดความของวันนี้ ไกลไม่พอยังชันด้วย! สายรัดเข่าทั้ง 2 ข้างถูกนำออกมาใช้วันนี้ น้ำหนักกระเป๋าบนหลังที่ดูจะไม่ลดลงเลย (ทำไมนะ?) กลายเป็น ‘ภาระ’ ที่อยากจะทิ้งไว้แต่ก็ทำไม่ได้ เส้นทางในวันนี้เป็นป่าดงดิบที่ง่ายต่อการหลง เราคนนึงที่พักบ่อยมาก มีเพื่อนเป็นเสียงหัวใจที่พร้อมจะหลุดออกมาจากร่างกาย สมองซีกซ้ายและขวาที่คอยเถียงกันว่าจะหยุดหรือไปต่อ จงเดินต่อไปให้ทันพระอาทิตย์ตก ถ้ามืดแล้วซวยแน่... เป็นครั้งแรกในชีวิตที่น้ำ 3 ลิตรที่เตรียมไปเกือบหมด! เราดื่มน้ำไปถึง 3 ใน 4 ส่วนก่อนกินมื้อเที่ยง ต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้น้ำของชาวบ้านที่ใช้ช้างขนมาวางไว้กลางทาง ต้มและเติมใส่ขวดสำรองไว้ (เป็นน้ำจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการกรอง ไม่สามารถดื่มได้ทันทีเพราะอาจมีแบคทีเรียที่ร่างกายรับไม่ได้และไม่สบายก่อนเดินจบ) เกลือแร่ทุกซองที่เตรียมมาถูกผสมอยู่ในน้ำที่เราดื่มตลอดทั้งวัน และจิตใจที่คอยสั่งให้เดินต่อไป 

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

เพื่อนร่วมทางคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ก่อนจะเข้าหมู่บ้านในจุดปลายทางของวัน เราเห็น Trail Angle คือคุณครูและเด็กๆ ที่มาตั้งขายเฉาก๊วยเย็นๆ เราเริ่มได้ยินเสียงและเห็นหลังคาบ้านของชาวบ้าน เราใช้จิตใจอันเข้มแข็งพาร่างกายอันอ่อนเพลียไปถึง Check Point 3 ที่ ‘โรงเรียนบ้านแม่หาด’ พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เพื่อนร่วมทางที่มาถึงก่อน รอต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มและหน้าตาสดชื่นจากการอาบน้ำ โห่ร้องและปรบมือต้อนรับการมาถึงของเราแ.ละอีกหลายคน... “โครตภูมิใจเลยว่ะ”

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

DAY 4 : FINISH - ปลายทาง
หมื่อหะคี - สบโขง

เสียงของเด็กที่กำลังมาโรงเรียนและเสียงเพลงชาติต้อนรับวันใหม่ วันสุดท้ายของการเดินในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา การได้กินข้าวต้มผสมไข่ลวกในมื้อเช้า เหมือนร่างกายได้รับพลังงานเต็มเปี่ยม หัวที่หายคันและร่างกายที่สะอาดหลังอาบน้ำเย็น และใส่ชุดเก่าที่ใส่มาแล้ว 3 วัน... วันนี้เราอุดหนุนเด็กนักเรียนด้วยการซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดเพื่อไปกินตอนกลางวัน และหลายๆ คนได้ซื้อของกินของใช้ที่มาจากงานฝีมือของชาวบ้าน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

เรื่องราวของวันที่ 4 เริ่มปะติดปะต่อให้เห็นเป็นภาพใหญ่ ทะเลหมอกในหุบเขายังไม่จางหาย เราได้ยินเสียงน้ำตลอดเส้นทาง 13 กิโลเมตร เพราะเรากำลังเดินเลียบน้ำ เดินลงตามเส้นทางผ่านป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่ และเดินกลางแจ้งตัดผ่านนาบนดอย ตากแดดเดินกันเกือบครึ่งวัน ลดระดับลงสู่เส้นชัยในการเดินที่ ‘สบโขง’ หมู่บ้านริมน้ำที่สืบทอดโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ รอยยิ้มและมุกตลกตลอดวันของเพื่อนร่วมทางในวันนี้ คือตะกอนที่กำลังจะไหลไปรวมกันที่สบโขง เหมือนสายน้ำน้อยใหญ่ที่ไหลไปรวมกันเป็นแม่น้ำแม่เงา

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

ตราปั๊มเหล็กร้อนตัวสุดท้ายที่กำลังจะประทับบนแผ่นไม้ เหรียญและของที่ระลึกที่เราได้จากเส้นชัย คือเครื่องเตือนใจที่จะทำให้ตระหนักและย้อนนึกถึงประสบการณ์ที่ได้ผ่านมา เราทิ้งขยะที่นำติดตัวมาตั้งแต่ต้นทางลงในจุดคัดแยกขยะที่ปลายทาง เราไม่ทิ้งขยะให้กับธรรมชาติ นอกจากของเสียที่ออกจากร่างกาย เราแบกของทุกอย่างบนหลังของเราและเดินด้วยสองขาของเราเอง เราเล่นน้ำในแม่น้ำกับเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันในเส้นทางนี้

 

fjallraven thailand trail

 

เรากินอาหารจากฝีมือชาวบ้านที่โคตรอร่อย มีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ แต่อบอุ่น ที่ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามามีส่วนในการจัดร่วมกับทีมงานอาสาสมัครที่เสียสละ คนเฒ่าคนแก่มัดมือเพื่อเรียก ‘ขวัญ’ ให้กลับมา เป็นความทรงจำดีๆ ผ่านกองไฟที่ให้ความอบอุ่นแก่เราในคืนนี้

 

​fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

fjallraven thailand trail

 

Fjallraven Thailand Trail

 

ขณะที่เรานั่งพิมพ์บทความนี้อยู่ เรายังจำความรู้สึกผ่อนคลายตอนนั่งอยู่บนแพไม้ไผ่กว่า 4 ชั่วโมง ในวันที่เราต้องกลับเข้าเมืองแม่สะเรียง น้ำเย็นๆ ที่สัมผัสผ่านเท้า เมื่อคนถ่อแพใช้ความชำนาญในการหลบหลีกก้อนหินให้แพผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ภาพถ่ายที่ออกมาไม่สวยเท่าตาเห็น ความสมบูรณ์ของป่าไม้และธรรมชาติ เสียงน้ำไหลจากแม่น้ำสายใหญ่ในหุบเขาอันห่างไกลแห่งนี้... 

 

“นี่อาจจะเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดสายหนึ่งของประเทศไทยก็เป็นได้”

 

Fjallraven Thailand Trail

(ภาพจาก https://www.facebook.com/FjallravenThailandTrail/)

 


 

FJALL

Fjällräven Thailand Trail จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2018 โดยชาวบ้านในพื้นที่ ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านจือทะ-สบโขง โดยการสนับสนุนจากแบรนด์ Fjällräven จากประเทศสวีเดน, ร้าน Thailand Outdoor Shop, มูลนิธิธรรมชาติไม่จำกัด, อุทยานแห่งชาติแม่เงา, อำเภอสบเมย และอาสาสมัครจำนวนหนึ่ง ผู้จัดตั้งความหวังว่า “ผู้คนจากในเมืองจะเห็นด้วยตา และเข้าใจด้วยหัวใจของเขาเอง ถึงความสำคัญของป่าที่มีผลต่อแม่น้ำ และส่งผลไปจนถึงชีวิตทุกคนที่ปลายน้ำ แม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ และต้องการให้ชาวบ้านที่อยู่กับป่าได้เห็นจริงว่า ป่านั้นสามารถสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ให้กับพวกเขาได้โดยไม่ต้องตัดต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว”

 

fjallraven thailand trail

(ภาพจาก https://www.facebook.com/FjallravenThailandTrail/)

 

รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อใช้พัฒนา เส้นทางเดินป่านี้ต่อไป สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าไปเดินในเส้นทางนี้สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ Facebook : เส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา 

 

 

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน

 

tat

Profile picture for user Fon.Samon

Samonporn Shunsiri

FON - SAMONPORN SHUNSIRI 

Deputy Editor (Digital)

 

Choose a job you love, and you will never have to work a day in your life.