Skip to main content

ผ้าห่มปก ฝนหน้าหนาว

407

กลุ่มเมฆลอยปกคลุมที่ราบสูง ยอดดอยโผล่พ้นให้เห็นเป็นจุด ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความชื้นมาประทะใบหน้า พอแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้ากะสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดก็พบก้อนเมฆสีตุ่นๆ แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศว่าประเทศเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว แต่บนอุทยานแห่งชาติผ้าห่มปกแห่งนี้ยังมีร่องรอยของฝนให้เห็นอยู่ตามผืนดิน


เพิ่งจะประกาศเข้าฤดูหนาวได้ไม่นานแต่อากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เริ่มอุ่นขึ้น พยากรณ์ในแอพพลิเคชั่นมือถือบอกว่าอาจมีฝนตกบางจุดในจังหวัด แต่ช่วงวันหยุดยาว 3 วันแบบนี้เป็นใครก็ต้องหาสถานที่ออกไปเที่ยว เป้าหมายคือยอดดอยที่พอขับรถจากตัวเมืองไปได้ เพื่อนคนหนึ่งที่เป็นตัวตั้งตัวตีในกลุ่มจึงลิสรายชื่อดอยมาให้เลือกกัน ขีดฆ่าดอยอินทนนท์ทิ้งไปก่อนเลยเพราะทุกคนเคยไปมาแล้ว แถมหยุดยาวแบบนี้คนคงล้นดอยจนรถติดแน่นอน พอลองดูม่อนจองก็เต็ม ต้องจองล่วงหน้า ดอยหลวงยิ่งแล้วใหญ่ เต็มไปถึงมกราคมปีหน้า แถมร่างกายไม่ได้ฟิตให้พร้อมพอจะเดินขึ้นดอยระยะทางไกลแบบนั้น สุดท้ายจึงลงเอยที่ดอยผ้าห่มปก หรืออุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

 

จุดตรวจทางเข้าโป่งน้ำร้อนฝาง
จุดตรวจทางเข้าโป่งน้ำร้อนฝาง - ด้านในมีที่ทำการอุทยานฯ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

 

อันดับแรกต้องโทรเช็คกับทางอุทยานฯ ก่อน เพราะหากฝนตกหนักจนทางขาดจะไม่สามารถขับรถขึ้นไปได้ หรือมีคนขึ้นไปเต็มจำนวนแล้วหรือยัง (เบอร์โทรศัพท์ที่ทำการอุทยานฯ 084-483-4689)  ที่ทำการอุทยานฯ จะแบ่งเป็น 2 จุด จุดแรกตั้งอยู่ภายในบริเวณน้ำพุร้อนอ.ฝาง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโป่งน้ำร้อน และอีกจุดตั้งอยู่บนลานกางเต้นท์กิ่วลม ซึ่งบนลานกางเต้นท์จะมีบริการให้เช่าเต้นท์ ถุงนอน หมอน และแผ่นรองนอน ซึ่งหากใครไม่อยากแบกของขึ้นไปเยอะก็สามารถเช่าจากที่นี่ได้แต่ต้องโทรจองล่วงหน้า

 

โป่งน้ำร้อน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของอ.ฝาง
โป่งน้ำร้อน - สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของ อ.ฝาง ภายในมีห้องอบซาวน่าให้บริการ มีร้านอาหาร ของฝาก และยังมีที่พักสำหรับค้างคืนด้วย

 

พวกเรานัดพบกันในตัวเมืองเชียงใหม่ก่อนจะรวบรวมสัมภาระขึ้นรถเก๋งไปคันเดียวก่อนจะไปเปลี่ยนเป็นรถกระบะที่บ้านญาติใน อ.ฝาง ทางเจ้าหน้าที่อุทยานกำชับมาว่าห้ามเอารถเก๋งขึ้นเด็ดขาด แนะนำให้เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะทางขึ้นไปยังจุดกางเต้นแคบชัน มีหลุมบ่อเป็นบางจุด ยิ่งฝนตกยิ่งลื่น และจะไม่ให้ขึ้นหลังจากเวลา 15.30 ซึ่งหากมืดแล้วจะมองทางไม่เห็น ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงเราก็มาถึง อ.ฝาง พอจะมีเวลาแวะพักรับประทานอาหารและเที่ยวน้ำพุร้อนก่อน เสียค่าเข้าอุทยานคนละ 50 บาทและค่ารถอีก 30 โดยสามารถเก็บบัตรผ่านเข้าน้ำพุร้อนไปแสดงตรงจุดตรวจอีกแห่งก่อนขึ้นลางกางเต้นท์ได้ หลังจากถ่ายรูปเช็คอินเสร็จก็แวะที่ทำการเพื่อสอบถามเส้นทางไปต่อยังจุดกางเต้นท์ เจ้าหน้าที่จะให้แผนที่มาพร้อมอธิบายทางขึ้นให้ชัดเจนสำหรับใครที่จะขับรถขึ้นไปเอง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างถิ่นหรือคนที่ไม่กล้าเสี่ยงขับรถ ก็มีบริการเช่ารถให้โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะจัดการประสานงานให้ แน่นอนว่าต้องโทรมาจองล่วงหน้าและเสียค่าโดยสารคนละ 200 บาท

 

ระวังธารน้ำร้อน แนะนำให้เดินบนทางที่ถูกต้อง
ธารน้ำร้อน - ธารน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดินไหลทั่วบริเวณ มีอุณภูมิสูงถึง 80 องศาเซลเซียส 
ทางแยกบ้านห้วยบอน
ปากทางบ้านห้วยบอน
จุตรวจทางขึ้นดอยผ้าห่มปก
จุตรวจทางขึ้นดอยผ้าห่มปก - จ่ายค่าผ่านทาง(สำหรับใครที่ยังไม่ได้จ่ายตรงทางเข้าน้ำพุร้อน) และค่ามัดจำขยะ

 

เมื่อถึงแยกบ้านห้วยบอนแล้วก็ขับต่อขึ้นดอยไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร ผ่านจุดตรวจไปอีกจุดจะเป็นถนนคอนกรีตผสมกับลูกรังที่ชันและคดเคี้ยว ดังนั้นก่อนขึ้นดอยควรจัดวางสัมภาระหลังกระบะรถให้แน่นหนา ใครที่ขับรถไม่แข็งจริงแนะนำว่าอย่าเสี่ยงขับขึ้นเอง เพราะถึงแม้จะไม่อันตรายต่อชีวิตแต่ก็เสี่ยงรถเสียกลางทางเพราะต้องเลี้ยงเกียร์ 1-3 ขึ้นดอยนานกว่า 2 ชั่วโมง ระหว่างทางเจอคนปั่นจักรยานกับรถ ATV ขึ้นดอย(มีโอกาสสนทนากับพี่ที่ปั่นจักรยาน พบว่าใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่งจากตัวอำเภอฝางไปถึงลานกางเต้นท์ และส่วนใหญ่จูงขึ้น ไม่ได้ปั่น)

ทางขึ้นเขา
ถนนลูกรังสูงชัน - ใครขับรถไม่แข็งหรือไม่มีกระบะช่วงล่างดีพอแนะนำให้เช่ารถขึ้นมาจะปลอดภัยกว่า

 

ปั่นจักรยานขึ้นดอย
สายแข็ง - นักปั่นน่องเหล็กที่อยากท้าทายการเดินทางสามารถปั่นขึ้นมาได้
ข้างทาง
ป่าดงดิบเขาสลับกับป่าสน - ระบบนิเวศน์ทั่วไปของภูเขาในเขตภาคเหนือเป็นป่าดงดิบเขา มีต้นสนขึ้นสลับเป็นแห่ง ๆ 

 

ลานกางเต้นท์
ลานกางเต้นท์ - จุดเช่าเต้นท์ของทางอุทยานที่กางเตรียมไว้ให้แล้ว ส่วนใครที่นำเต้นท์มาหรือเช่าเต้นท์ไปกางเองสามารถเดินหาจุดที่ชอบได้ภายในบริเวณที่เจ้าหน้าที่อุทยานกำหนดให้

 

หลังจากกระเด้งกระดอนบนหลังกระบะจนก้นแทบช้ำพวกเราก็มาถึงลานกางเต้นท์ก่อนพระอาทิตย์ตก เลยจุดกางเต้นท์ไปด้านบนเล็กน้อยจะมีจุดชมวิวสำหรับดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แต่โชคร้ายที่เรามาในช่วงฝนตก พอท้องฟ้าใกล้เปลี่ยนสีก็มีเมฆมาบังหมดจนไม่เห็นแสง พวกเราจึงเตรียมจุดไฟทำอาหารเย็นกันก่อนแสงจะหมด เจ้าหน้าที่อุทยานห้ามก่อไฟบริเวณสนามหญ้าแต่สามารถเอาเตาถ่านตั้งได้ ใครที่ไม่ได้เตรียมวัตุดิบมาทำอาหารข้างบนนี้ก็มีร้านอาหารเล็ก ๆ ให้บริการจนถึง 2 ทุ่ม ห้องน้ำก็สะอาด มีห้องอาบน้ำแยกให้ มีหลอดไฟให้แสงสว่างตามทางเดินเป็นจุด แต่เจ้าหน้าที่จะดับไฟทั้งหมดในเวลา 3 ทุ่ม หลังมื้อเย็นพวกเราก็แยกย้ายกันไปนอน ท้องฟ้ามืดสนิท ตั้งใจว่าจะรอถ่ายดาวแต่โชคร้าย หลังจากดับไฟแล้วฝนก็ตกยาว ตกจนแทบหมดหวังกับการตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ตลอดคืนผมแทบนอนหลับไม่สนิท มุมเต้นท์บางจุดมีน้ำซึมขึ้นมา ดีที่ปูแผ่นรองนอนไว้

 

เต้นท์สำหรับนอนสองถึงสามคน
เต้นท์เช่าขนาดเล็ก - สามารถบรรจุได้ไม่เกิน 3 คน
ปิ้งย่าง
ปิ้งย่างเตาถ่าน - ใครที่เตรียมเตาถ่านมาสามารถตั้งวงปิ้งย่างบนสนามหญ้าได้ นอกจากนี้บริเวณจุดกางเต้นรวมยังมีเตาใหญ่สำหรับก่อกองไฟทำอาหาร หรือจะใช้บริการร้านอาหารตามสั่งใกล้ ๆ ที่พักก็สะดวกไปอีกแบบ 

 

รู้สึกว่าผ่านไปไม่นานนาฬิกาปลุกในมือถือที่ตั้งไว้ตีสามครึ่งก็ดังขึ้น เสียงฝนข้างนอกหายไปแล้ว เหลือแต่ลมที่พัดแรง อากาศไม่หนาวมากอย่างที่คิดไว้ เมื่อพร้อมเราก็ออกเดินเท้าไปยังยอดดอยผ้าห่มปกซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร ทางเดินชันสลับกับราบทำให้เดินไปได้สบาย ๆ แต่ฝนที่ตกตลอดทั้งคืนทำให้ลื่นง่าย และต้องมีไฟฉาย ระหว่างทางจะมีป้ายบอกเป็นจุด ๆ หากใครกลัวหลงหรือต้องการความอุ่นใจแนะนำให้ติดต่อขอคนเดินนำทางไว้ก่อน หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออันตรายอะไรคนนำทางจะช่วยเราได้ทันเวลา

 

จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น
น้ำตาแทบไหล - จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ไม่รู้ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นตรงไหน

 

ราวชั่วโมงเศษ ๆ พวกเราก็ขึ้นมาถึงยอดดอยก่อนพระอาทิตย์ขึ้นได้ แต่พอมองเห็นท้องฟ้าแล้วก็รู้สึกห่อเหี่ยวใจทันที เมฆขาวขุ่นบดบังแสงจนไม่รู้ว่าทางไหนคือทิศตะวันออก รออยู่ประมาณ 40 นาทีก็ไม่มีวี่แววว่าฟ้าจะเปิดจึงต้องเดินลงไปอย่างเสียดาย

 

ทางเดินป่า
ทางเดิน - สภาพทางเดินไปยังจุดชมวิว หากฝนตกทั้งคืนต้องระวังลื่น

 

ลงจากยอดดอยมาพวกเราก็เก็บกวาดขยะรอบเต้นท์ให้เรียบร้อย(ก่อนขึ้นมาจะมีค่ามัดจำขยะ ต้องเก็บขยะใส่ถุงดำที่เจ้าหน้าที่แจกให้ไปแลกคืน) เต้นท์ที่เช่าจากอุทยานไม่ต้องพับเก็บ ใครที่เช่าอุปกรณ็การนอนมาก็เอาไปคืน ส่งท้ายความซวยก่อนลงดอยด้วยรถติดหลุมทั้งที่จอดไว้เฉย ๆ แต่ฝนตกจนทำให้ดินยุบตัว และกระบะที่พวกเราขับมาก็ไม่ใช่โฟร์วีล จึงต้องจ้างคนแถวนั้นช่วยลากให้ หลังจากลงดอยมาคืนรถที่ยืมญาติไปเรียบร้อยก็แวะอาบน้ำให้สดชื่น

 

จุดชมวิวใกล้ลานกางเต้นท์
ปลอบใจ - จุดชมวิวใกล้ลานกางเต้นท์ มองเห็นฟ้าที่เหมือนกำลังห่มยอดดอยไว้

 

แม้จะรู้สึกเหนื่อยเปล่าที่ทริปนี้เราไม่เห็นวิวสวย ๆ ทั้งพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น แต่ก็รู้สึกว่าได้ผ่อนคลายจากชีวิตในเมืองได้ แถมไม่ต้องไปรถติดกลางดอยแย่งกันเที่ยวแย่งกันกิน ระหว่างทางกลับเมืองเชียงใหม่ก็ทีที่ให้แวะเที่ยวพักผ่อน ใครฟิตจัดมีแรงเหลือก็ไปดอยอ่างขางต่อได้  หรือแวะชมพิพิธภัณฑ์โครงการหลวงที่ 1 ซื้อของฝาก จิบกาแฟสักนิด ผ่าน อ.เชียงดาวก็มีร้านอาหารให้แวะพักเติมพลังพร้อมชมวิวดอยหลวงได้

  

 

Profile picture for user fotorepublic

Rattasuk Sangsrichan

FOTOREPUBLIC

people / food

/ place / design

 

more about work

http://www.facebook.com/fotobyrusst